เราใส่ใจในการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท“/“เรา”) ตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงจัดทำคําชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เพื่ออธิบายให้ท่านทราบเกี่ยวกับการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลและการจัดการข้อมูลดังกล่าว เช่น วิธีการและประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย หรือ การดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม เช่น การบันทึก การจัดระบบ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยนหรือการดัดแปลง การเรียกคืน การส่ง โอน การเผยแพร่หรือการทำให้สามารถเข้าถึงหรือพร้อมใช้งานโดยวิธีใดๆ การจัดเรียง การนำมารวมกัน การจำกัดหรือการห้ามเข้าถึง การลบหรือการทำลาย (“ประมวลผล”) วัตถุประสงค์ในการประมวลผล และใครที่เราจะเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลให้ รวมทั้งสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และระยเวลาการจัดเก็บข้อมูลของท่าน

1. คำนิยาม

  • ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง นิติบุคคลหรือบริษัท ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงประกาศ กฎ ระเบียบ หรือกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล โดยบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวต้องไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  • กลุ่มอลิอันซ์ หมายถึง Allianz SE บริษัทในเครือและบริษัทย่อยของ Allianz SE ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัทอลิอันซ์ อยุธยา• กลุ่มบริษัทอลิอันซ์ อยุธยา หมายถึง บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย และ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล และ บริษัท มายเฮลท์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) จำกัด รวมทั้งบริษัทในเครือและบริษัทย่อยของ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล

2. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมและประมวลผล

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

  • ชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ คำนำหน้า หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นที่สามารถระบุตัวตน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) วันเดือนปีเกิด ชื่อบัญชีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการศึกษาหรือประวัติการทำงาน สถานภาพตามกฎหมาย เป็นต้น
  • ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ที่บริษัทได้รับจากกิจกรรมการท่องเว็บออนไลน์ ชื่อบัญชีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย หรือข้อมูลสำหรับสมัครใช้บริการในเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆของบริษัท
  • บันทึกภาพหรือการสนทนาเมื่อท่านเข้าร่วมประชุม หรือติดต่อกับบริษัทในทุกช่องทาง
  • หมายเลขไอพี (IP Address) ประเภทของซอฟต์แวร์เบราว์เซอร์ (Browser) ที่ใช้ และวัน เวลา และระยะเวลาที่ท่านใช้งานเว็บไซต์ ข้อมูลการใช้เว็บไซต์ ซึ่งมีการบันทึกรายละเอียดข้อมูลดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นๆตามที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่ท่านขอให้บริษัทดำเนินการใดๆ ท่านต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่จำเป็นเพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามคำขอของท่านได้ หากท่านไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ บริษัทอาจจะปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำขอของท่านได้

3. เราได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร และใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอย่างไร

3.1 บริษัทได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดย:

  • บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากท่านโดยตรง ตามเอกสารที่ท่านได้ยื่นไว้กับบริษัท หรือจากการติดต่อต่างๆ ของท่านในทุกช่องทางการติดต่อของบริษัท หรือจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือสมัครขอใช้บริการแอปพลิเคชั่นต่างๆ ของบริษัท
  • บริษัทยังอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลที่สาม หรือจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น กลุ่มบริษัทอลิอันซ์ อยุธยา กลุ่มอลิอันซ์ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายอื่นๆ หรือผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ เป็นต้น

3.2 บริษัทจะประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

Swipe to view more

ฐานที่ใช้อ้างตามกฎหมาย

วัตถุประสงค์

การกฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอของท่าน

  • เพื่อให้บริการหรือดำเนินการตามหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทตามสัญญาหรือข้อผูกพัน
  • เพื่อติดต่อ สื่อสารข้อมูลที่จำเป็น เช่น การจัดส่งวาระการประชุม การแจ้งการจ่ายเงินปันผลหรือผลประกอบการ การแจ้งข้อมูลเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เป็นต้น
  • ตรวจสอบการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นเมื่อมีการประชุมต่างๆ

การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือกฎหมายอื่นใดของหน่วยงานที่มีอำนาจ

  • การตรวจสอบคุณสมบัติของกรรมการหรือผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น กฎหมายเกี่ยวกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูง กฎหมายล้มละลาย ภาษีอากร เป็นต้น
  • เพื่อการแจ้งแต่งตั้งกรรมการ หรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น กระทรวงพาณิชย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์หรือตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น
  • เพื่อเปิดเผยหรือนำส่งข้อมูล เอกสาร ต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด เช่น รายงานการตรวจสอบ หรือการรายงานธุรกรรมผิดปกติหรือการทุจริต ผลการจัดการเรื่องร้องเรียน เป็นต้น
  • เพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งได้มีการร้องขอเป็นครั้งคราว เช่น คำสั่งศาล หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เป็นต้น

จำป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

  • เพื่อจัดทำสถิติ ทำวิจัย สำรวจความพึงพอใจ และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการพัฒนากลยุทธ์หรือปรับปรุงการให้บริการของบริษัท
  • เพื่อการตรวจสอบ ตรวจจับ เพื่อรักษาความปลอดภัย หรือป้องกันการทุจริตฉ้อโกง
  • เพื่อให้บริษัท กลุ่มอลิอันซ์ หรือกลุ่มบริษัทอลิอันซ์ อยุธยา สามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ซึ่งรวมถึงการทดสอบระบบของบริษัท การจัดการฐานะทางการเงิน ความสามารถทางธุรกิจ การวางแผน การสื่อสาร การกำกับดูแลกิจการและการตรวจสอบภายใน การปรับโครงสร้างองค์กร รวมถึง การบริหารจัดการข้อมูล การเก็บบันทึก ทำสำเนา หรือการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กิจกรรมต่างๆของบริษัท รวมถึงการสื่อสารข้อมูล จดหมายข่าวต่างๆ
  • เพื่อการจัดการเรื่องร้องเรียนของท่าน หรือการรักษาความสัมพันธ์กับท่าน

การก่อตั้งสิทธิ ต่อสู้ หรือปฏิบัติตามสิทธิเรียกร้อง

  • เพื่อดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริง สำหรับใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การดำเนินคดี และ/หรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล โต้แย้ง คัดค้าน ชี้แจงข้อร้องเรียน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของบริษัท และ/หรือของท่าน

ความยินยอม

  • เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่ได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องขอความยินยอมตามกฎหมาย

หากบริษัทไม่สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หรือไม่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเพียงพอ อาจเป็นเหตุให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการตามสัญญาหรือคำขอของท่านได้

  • เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามที่ได้รับความยินยอมเป็นครั้งคราว เช่น เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด เว้นแต่ได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องขอความยินยอมตามกฎหมาย

หากท่านต้องการเพิกถอนความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ท่านสามารถแจ้งความประสงค์มายังบริษัทตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในข้อ 13.

ทั้งนี้ บริษัทอาจจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตร่างกายของท่านหรือสุขภาพของบุคคล หรือเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัทหรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท

ในบางกรณี เอกสารที่ท่านนำส่งให้บริษัทอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวรวมอยู่ด้วยโดยมิได้เป็นสาระสำคัญของการดำเนินการ เช่น ข้อมูลศาสนา หรือหมู่เลือดที่ปรากฏในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งนี้ บริษัทไม่มีความจำเป็นและไม่มีวัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลส่วนดังกล่าวมาใช้ในการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หากท่านไม่ประสงค์จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าว ท่านสามารถดำเนินการลบ ปกปิด หรือขีดฆ่าข้อมูลนั้นก่อนส่งมอบเอกสารให้บริษัท และลงลายมือชื่อกำกับเพื่อรับรองการแก้ไข

บริษัทอาจใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่จะพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) เช่น AllianzGPT, Azure OpenAI, Microsoft Copilot, AI Chatbot และเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อเรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการให้บริการแก่ท่าน โดยบริษัทจะดำเนินการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ชอบด้วยกฎหมาย และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่านเกินสมควร ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัย สามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดในข้อ 13

4. ใครสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือเราจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับใคร

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกเปิดเผยให้กับบุคคลที่สามที่มีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้คำสั่งของเรา โดยการเปิดเผยจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ดังต่อไปนี้

  • หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแลตามข้อกำหนดของกฎหมาย
  • บริษัทในกลุ่มอลิอันซ์ กลุ่มบริษัทอลิอันซ์ อยุธยา
  • บริษัทที่เป็นคู่สัญญา หรือสถาบันการเงิน ผู้ให้คำปรึกษาด้านเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญ ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์หรือแอปพลิเคชั่น (Cloud/Application Service Provider) การจัดเก็บเอกสาร การจัดส่งเอกสาร การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
  • บริษัทที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีการพิจารณาหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร การควบรวม การซื้อหรือขายกิจการ การร่วมทุน การมอบหมายงาน การถ่ายโอน หรือการจัดการอื่นๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนของธุรกิจของเรา

5. ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการประมวลผลที่ไหน

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจจะถูกประมวลผลทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรไทยโดยบุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกระบุไว้ในข้อ 4 ข้างต้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางสัญญาที่เกี่ยวกับการรักษาความลับและความปลอดภัย เราจะไม่ทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูล

เมื่อใดก็ตามที่เราส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำการประมวลผลนอกราชอาณาจักรไทยหรือไปยังกลุ่มอลิอันซ์ เราจะปฏิบัติตาม “มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการโอนข้อมูลส่วนบุคคลในกลุ่มอลิอันซ์” (BCRs) ซึ่งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีนี้

ท่านสามารถเข้าถึงเอกสาร BCRs และ เอกสารรายชื่อของบริษัทในกลุ่มอลิอันซ์ที่ปฎิบัติตาม BCRs ได้ที่
www.allianz.com/en/privacy-statement.html#bindingcorporaterules

ในกรณีที่ BCRs ไม่ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใด เราจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่โอนไปนอกราชอาณาจักรไทยนั้นจะได้รับการคุ้มครองเหมือนกับการประมวลในราชอาณาจักรไทย โดยบริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมเป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงประกาศ กฎ ระเบียบ หรือกฎหมายลำดับรองกำหนด

6. สิทธิของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีอะไรบ้าง

ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับ ท่านมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้

  • เข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพิกถอนการให้ความยินยอมสำหรับการประมวลผลข้อมูลภายใต้ความยินยอมของท่าน
  • ปรับปรุง หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  • ลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากข้อมูลดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ข้างต้น
  • ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านโต้แย้งถึงความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้
  • คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึง การประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด (ถ้ามี)
  • ขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อตนเองหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
  • ยื่นข้อร้องเรียนโดยตรงกับเรา หรือยื่นต่อหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่พบการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านอาจใช้สิทธิเหล่านี้โดยการติดต่อเราตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในข้อ 13. ในกรณีที่ท่านขอยกเลิกหรือเพิกถอนความยินยอมสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ไม่สามารถระบุตัวตนของท่าน หรือระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถให้บริการได้ หรือเกิดข้อจำกัดในการทำธุรกรรมหรือให้บริการบางประเภท ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ท่านไม่ได้รับสิทธิประโยชน์หรือข้อมูลข่าวสาร หรือไม่ได้รับบริการบางประเภทจากบริษัท

บริษัทอาจจะปฏิเสธที่จะดำเนินการตามที่ท่านร้องขอได้ในกรณีที่มีข้อจำกัดสิทธิของท่านตามที่กฎหมายกำหนด หรือบริษัทมีความชอบธรรมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิที่จะคิดค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินการตามคำร้องขอของท่านตามที่บริษัทเห็นสมควร

7. เราจะจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลานานเท่าใด

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าที่จำเป็นเพื่อประมวลตามวัตถุประสงค์ข้างต้น และจะเก็บรักษาต่อเนื่องต่อไปเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปีภายหลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามบริษัทอาจยังคงจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวหากบริษัทเห็นว่าบริษัทยังมีความจำเป็นในการจัดเก็บข้อมูลของท่านเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลข้างต้น หรือเพื่อความจำเป็นอื่นใดที่บริษัทเห็นสมควร เช่น การบังคับสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญาของบริษัท เป็นต้น

8. มีการใช้ Cookies บนเว็บไซต์ของบริษัทหรือไม่

บริษัทได้ใช้เทคโนโลยีในการติดตาม เช่น คุกกี้ (Cookies) หรือ Tags เพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจว่าผู้เยี่ยมชมใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทอย่างไร

เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่ช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท เช่น ทำให้เราสามารถตรวจสอบว่ามีการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ของท่านและของเราในอดีตหรือไม่ และใช้ในการระบุส่วนที่เป็นที่นิยมที่สุดของเว็บไซต์ของบริษัท

เมื่อท่านได้มีการบันทึกข้อมูลการตั้งค่าคุกกี้แล้ว การตั้งค่าดังกล่าวจะนำไปใช้กับการเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทในอนาคต อย่างไรก็ตาม อาจจะมีเหตุผลทางด้านเทคนิคที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท ซึ่งอาจมีผลต่อการตั้งค่าคุกกี้ของท่าน เช่น การที่ท่านตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านใหม่ การลบคุกกี้ หรือการเข้าใช้เว็บไซต์ของบริษัทจากเบราว์เซอร์หรือเครื่องมืออื่น การตั้งค่าคุกกี้ที่ท่านทำไว้อาจสูญหายได้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ในบางประเทศอาจขอให้ท่านยืนยันการตั้งค่าคุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทเป็นครั้งแรก ถ้าท่านอยู่ในประเทศที่กำหนดให้ถูกตั้งค่าคุกกี้ของท่านโดยอัตโนมัติ ท่านอาจจะได้รับการขอให้ตั้งค่าดังกล่าวอีกครั้งเมื่อมีการเข้าชมเว็บไซต์ในอนาคต

ในหลายๆ กรณี ท่านสามารถควบคุมเทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูลนี้โดยการใช้เบราว์เซอร์ของท่านเอง กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านได้มีการตั้งค่าตามที่ท่านต้องการว่าให้มีการเตือนหรือยอมรับเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลคุกกี้หรือไม่ ท่านสามารถหาความสามารถเฉพาะของเบราว์เซอร์ของท่านและคำแนะนำในวิธีการใช้งานดังกล่าวได้จากคู่มือหรือไฟล์ช่วยเหลือของเบราว์เซอร์ของท่าน

การปฏิเสธ การจำกัดการใช้งาน หรือการปิดใช้งานเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลคุกกี้ อาจทำให้ประสิทธิภาพของการให้บริการของเว็บไซต์ของบริษัทลดลง หรือบางส่วนของเว็บไซต์ของบริษัทอาจจะไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง

9. การปลั๊กอินของโซเชียลมีเดียบนเว็บไซต์ของบริษัทถูกใช้งานอย่างไร

เว็บไซต์ของบริษัทใช้ปลั๊กอินของโซเชียลมีเดียดังต่อไปนี้ ("ปลั๊กอิน"):

Swipe to view more

ปลั๊กอินของโซเชียลมีเดีย

ดำเนินการโดย

คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล

เฟซบุ๊ก
(Facebook)
Meta Platforms, Inc.
1 Hacker Way, Menlo Park, California, U.S.

https://facebook.com/privacy/policy

 

ยูทูบ
(YouTube)

Google LLC, D/B/A YouTube
901 Cherry Ave.
San Bruno, CA 94066, USA

https://policies.google.com/privacy?hl=th

ปลั๊กอินทั้งหมดถูกระบุด้วยชื่อแบรนด์ของ ผู้ปฎิบัติการที่เกี่ยวข้องได้แก่ เฟซบุ๊ก (Facebook), ยูทูบ (YouTube) หากท่านโต้ตอบกับปลั๊กอิน เช่น การกดวีดีโอบนยูทูป ข้อมูลจะถูกโอนโดยตรงจากเบราว์เซอร์ของท่านไปยังผู้ปฏิบัติการและถูกบันทึกโดยผู้ปฏิบัติการ

10. มาตรการความปลอดภัยอะไรที่เราได้ดำเนินการเพื่อปกป้องข้อมูลของท่านที่รวบรวมผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท

บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งด้านเทคนิคและด้านองค์กรตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่รวบรวมผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท ซึ่งรวมถึงช่องทางออนไลน์ จากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้โดยมิชอบ การสูญหาย หรือการถูกทำลาย โดยการกำกับดูแลการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทใช้ AI ภายใต้กรอบการกำกับดูแลของกลุ่มบริษัท นโยบายภายใน และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการประเมินความเสี่ยง การควบคุมการเข้าถึง การกำกับดูแลโดยมนุษย์ตามความเหมาะสม และการติดตามทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

11. เราจะจัดการกับข้อความอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งไปและกลับจากบริษัทอย่างไร

ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่ส่งไป และกลับจากบริษัทได้รับการป้องกันโดย มาตรการความปลอดภัยด้านเทคนิค และด้านองค์กรที่เหมาะสม และอาจเข้าถึงได้เฉพาะในกรณีที่มีเหตุผล เป็นไปตามที่กฎหมายและข้อบังคับได้กำหนด โดยบุคคลในฝ่ายที่กำหนด (เช่น ฝ่ายกฎหมาย, ฝ่ายควบคุมการปฏิบัติตามกฏระเบียบ, ฝ่ายบริหารความเสี่ยง) ทุกขั้นตอนของกระบวนการ รวมถึงเกณฑ์การค้นหาที่ใช้ จะถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานการตรวจสอบ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกกำจัดหลังจากระยะเวลาการเก็บรักษาได้สิ้นสุดลง

12. อะไรที่ท่านควรพิจารณาเมื่อส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปจะไม่ถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และการส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต (เช่น ส่งไปยัง หรือจากเว็บไซต์ของบริษัท หรือผ่านข้อความอิเล็กทรอนิกส์) รวมไปถึงการดาวน์โหลดข้อมูลหรือไฟล์จากเว็บไซต์ของบริษัท อาจถูกเข้าถึงได้โดยบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับอนุญาต อาจนำไปสู่การเปิดเผย การเปลี่ยนแปลงเนื้อหา หรือความผิดพลาดทางเทคนิค ถึงแม้ว่าทั้งผู้ส่งและผู้รับจะอยู่ในประเทศเดียวกัน ข้อมูลที่ส่งผ่านอินเทอร์เน็ตอาจถูกส่งข้ามพรมแดนระหว่างประเทศและส่งต่อไปยังประเทศที่มีระดับการป้องกันข้อมูลต่ำกว่าในประเทศที่ท่านอาศัยอยู่

บริษัท ไม่สามารถรับผิดชอบหรือรับผิดสำหรับความปลอดภัยของข้อมูลของท่านขณะที่ถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตถึงบริษัท เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของท่าน ท่านอาจเลือกวิธีการสื่อสารอื่นกับบริษัทตามที่ท่านเห็นว่าเหมาะสม

13. ท่านสามารถติดต่อเราผ่านช่องทางใด?

หากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเราได้ผ่านทางช่องทางโทรศัพท์ อีเมล หรือไปรษณีย์ ดังต่อไปนี้

บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

  • 898 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ ชั้น 7 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
  • วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 – 17.00 น.
  • โทรศัพท์: 02-305-7374
  • อีเมล์: cs@allianz.co.th

หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือต้องการยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ที่ DPO_Report@allianz.co.th

14. เรามีความถี่ในการปรับปรุงคำชี้แจงข้อมูลส่วนบุคคลแค่ไหน

เราทำการทบทวนคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลนี้เป็นประจำ เราแน่ใจว่าประกาศฉบับที่เป็นปัจจุบันจะอยู่บนเว็บไซต์ของเราที่ https://www.ayud.co.th

บริษัทอาจทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลนี้ เราจะประกาศการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในเว็บไซต์ของบริษัท หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อท่านอย่างมีนัยสำคัญ เราอาจจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นผ่านช่องทางการติดต่อที่ท่านกำหนดไว้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะบังคับใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยภายหลังจากที่ประกาศในเว็บไซต์ของเรา

คำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในกรณีที่ข้อความระหว่าง 2 ภาษานั้นขัดหรือแย้งกัน ให้ใช้ภาษาไทยเป็นสำคัญ

คำชี้แจงส่วนบุคคลฉบับนี้ ประกาศเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569